ระเบียบวินัย สำหรับนักเรียน

ระเบียบโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม

ว่าด้วยความประพฤติและการปฏิบัติตนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม

พุทธศักราช ๒๕๕๙

 

     

                   ด้วยทางโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม ตำบลหาดคัมภีร์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย  เห็นสมควรที่จะกำหนดระเบียบของโรงเรียน ว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ขึ้นเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียน และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการส่งเสริมให้นักเรียนประพฤติตนในทางที่พึงประสงค์ จึงได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ไว้ดังต่อไปนี้

 หมวดที่ ๑

 บททั่วไป

ข้อ ๑. ระเบียบนี่เรียกว่า ระเบียบโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม ว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ๒๕๕๙

                    ข้อ ๒. ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ เป็นต้นไป

                    ข้อ ๓. ให้ยกเลิกระเบียบโรงเรียน ว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนของโรงเรียนบ้าน ห้วยขอบห้วยเหียม พ..๒๕๕๘ และให้ใช้ระเบียบนี้แทน  

                    ข้อ ๔. ในระเบียบนี้

                             “โรงเรียนหมายถึง โรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม อำเภอปากชม จังหวัดเลยนักเรียนหมายถึง นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียมครูหมายถึง ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม                                    “ผู้อำนวยการหมายถึง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียมการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนหมายถึง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนที่ประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน โดยใช้กิจกรรม หรือการลงโทษตามระดับความผิดที่กระทำ และการสนับสนุน ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้มีระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรมอันดีงาม

                             “พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หมายถึง พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกในทางที่ผิด ฝ่าฝืนต่อกฎระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียน กฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา   พ..๒๕๕๙ และพฤติกรรมที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของสังคม

                             “พฤติกรรมที่พึงประสงค์หมายถึง พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกในทางที่ถูก ที่ควร กระทำความดีอันเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น และส่วนรวม สมควรได้รับการยกย่อง เชิดชูเป็นแบบอย่างที่ดีและควรได้รับรางวัล

การกระทำความผิดหมายถึง การที่นักเรียนประพฤติผิด ฝ่าฝืนระเบียบ คำสั่งแนวปฏิบัติ ข้อบังคับของโรงเรียน หรือกฎกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ..๒๕๔๙

ทำกิจกรรมหมายถึง การให้นักเรียนที่กระทำผิด ทำกิจกรรมบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น ส่วนรวมหรือสังคม

                    ข้อ. ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ที่ผู้อำนวยการมอบหมายเป็นผู้รักษาตามระเบียบนี้

หมวดที่ ๒

ว่าด้วยการปฏิบัติตนของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม

 ข้อ. แนวปฏิบัติทั่วไปของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม

                             (๑) ต้องยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  และระบอบประชาธิปไตยของไทย

                             (๒) ต้องเป็นผู้ตั้งใจเรียน  เอาใจใส่ต่อการเรียน

                             (๓) ต้องปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด

                             (๔) ต้องรักษาศักดิ์ศรี เกียรติยศชื่อเสียง ของโรงเรียนและตนเอง

                             (๕) ต้องเคารพและมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ ครู ผู้มีพระคุณ และโรงเรียน

                             (๖) ต้องมีความสามัคคีกลมเกลียว ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน

                             (๗) ต้องมีบุคลิกภาพสะอาด สุภาพเรียบร้อย สมกับเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม

                             (๘) ต้องเป็นผู้อนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณีอันดีงาม และธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม

                             (๙) ต้องมีความเสียสละต่อส่วนรวม ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

                             (๑๐) ต้องไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดและอบายมุขทั้งปวง

           ข้อ. การปฏิบัติตนของนักเรียนการมาโรงเรียน

                   (๑) แต่งกายให้เรียบร้อย  ถูกต้องตามระเบียบโรงเรียน

                   (๒) จัดเตรียมสมุด หนังสือ และอุปกรณ์การเรียนมาตามตารางเรียนประจำวัน

                   (๓) ทำความเคารพผู้ปกครองก่อนออกจากบ้าน

                   (๔) เดินทางหรือขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร

                   (๕) มาโรงเรียนก่อนเวลา ๐๗.๕๐ น.

                   (๖) ทำความเคารพครู ไหว้ศาลพระภูมิ และเดินเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเมื่อมาถึงโรงเรียน

                   (๗) เริ่มเข้าแถวเพื่อทำกิจกรรมหน้าเสาธงเวลา ๐๘.๐๐ น. (เพลงโรงเรียนในฝัน)

                   (๘) ออกจากโรงเรียนเมื่อถึงเวลาเลิกเรียนเท่านั้น

      ข้อ. การปฏิบัติตนเมื่ออยู่ในห้องเรียน

              (๑) ต้องเข้าเรียนตรงต่อเวลา

              (๒) ต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เคารพเชื่อฟังครูผู้สอน

              (๓) รักษากริยามารยาท ระเบียบวินัย ให้เรียบร้อย

              (๔) ดูแลรักษาความสะอาด เรียบร้อยของห้องเรียนและวัสดุครุภัณฑ์อยู่เสมอ

                             (๕) การเข้าและออกห้องเรียนขณะเรียนต้องขออนุญาตและทำความเคารพครูผู้สอนก่อน

              (๖) ไม่นำอาหาร เครื่องดื่มใด ๆ เข้ามารับประทานในห้องเรียน

              (๗) ไม่ทำความสกปรก หรือเคลื่อนย้ายครุภัณฑ์ห้องเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต

              (๘) ไม่วิ่งเล่น ส่งเสียงดัง รบกวนผู้อื่นทั้งในและนอกเวลาเรียน

              (๙) ฟัง คิด และซักถามครูผู้สอนเมื่อมีปัญหาไม่เข้าใจ แล้วจดบันทึกไว้เสมอ

                             (๑๐) เมื่อเปลี่ยนห้องหรือสถานที่เรียนต้องเดินแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ส่งเสียงดัง


ข้อ. สิ่งที่นักเรียนต้องไม่นำเข้ามาในโรงเรียน

          (๑) อาวุธ สิ่งเทียมอาวุธ วัตถุระเบิด วัตถุอันตรายอื่นๆ

          (๒) สื่อลามกอนาจาร

          (๓) สิ่งเสพติดให้โทษ

          (๔) อุปกรณ์เกี่ยวกับการพนันทุกประเภท

          (๕) อุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

          (๖) เครื่องเล่นเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ ยกเว้นสิ่งที่โรงเรียนส่งเสริม

          (๗) สิ่งของฟุ่มเฟือย เครื่องประดับ ของมีค่า  ซึ่งไม่มีความจำเป็นต่อการเรียน

          (๘) อุปกรณ์ สิ่งพิมพ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการจำหน่ายสินค้า

          (๙) บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง หรือคนในครอบครัว

          (๑๐) สัตว์เลี้ยง

          (๑๑) สิ่งที่ขัดต่อกฎหมายบ้านเมือง ระเบียบ ประกาศ แนวปฏิบัติใด ๆ ของราชการ


ข้อ. ๑๐ การแสดงความเคารพ

     .ในห้องเรียน

                                      (๑) ครูเข้าสอน หรือเลิกการสอน ให้หัวหน้าห้องบอกนักเรียนทำความเคารพ

                                     (๒) เมื่อมีผู้มาเยี่ยมเยือนหรือมาให้ความรู้ ให้ครูผู้สอนแนะนำให้นักเรียนรู้จัก ให้หัวหน้าห้องบอกทำความเคารพเช่นเดียวกับการเคารพครู

     .นอกห้องเรียน

                                      (๑) แสดงความเคารพครูและผู้อาวุโส ด้วยการหยุดเดิน ยืนตรง ทำความเคารพด้วยการไหว้ หรือโค้งคำนับ พร้อมกล่าวคำว่า สวัสดีครับ”  “สวัสดีค่ะ

                                      (๒) กรณีที่นักเรียนไม่สามารถยกมือไหว้ได้ เนื่องจากถือสัมภาระส่งของอยู่ ให้นักเรียนหยุด ยืนตรง พร้อมกล่าวคำว่า  สวัสดีครับ”  “สวัสดีค่ะ

                                      (๓) การเดินผ่านครูหรือผู้อาวุโสกว่า นักเรียนต้องขออนุญาตและน้อมตัวลงเล็กน้อย เมื่อเดินผ่านไป

 

                   ข้อ. ๑๑ การปฏิบัติตนต่อเพื่อนนักเรียน

                             (๑) มีความสามัคคี กลมเกลียวกัน

                             (๒) ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อนนักเรียนในทางที่ถูกที่ควร

                             (๓) ยกย่อง ให้เกียรติแก่เพื่อนนักเรียนด้วยกัน

                             (๔) พูด และแสดงกริยามารยาทสุภาพ ต่อนักเรียนทุกคน

                             (๕) เคารพนักเรียนรุ่นพี่ หรือผู้อาวุโสกว่า

                             (๖) ไม่ชักชวน ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นประพฤติปฏิบัติตนในทางที่ไม่เหมาะสม

                             (๗) เคารพและปฏิบัติตาม มติ แนวปฏิบัติของสภานักเรียน

 

                   ข้อ. ๑๒ การปฏิบัติตนในการสอบ

                             (๑) แต่งกายให้เรียบร้อยตามระเบียบโรงเรียน

                             (๒) ดูตารางสอบล่วงหน้าและเตรียมอุปกรณ์การทำข้อสอบให้พร้อมเสมอ

                             (๓) ไปถึงสถานที่สอบก่อนเวลาพอสมควร

                             (๔) ไม่เข้าห้องสอบก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมห้องสอบ

                             (๕) ไม่นำเอกสาร อุปกรณ์ใด ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าในห้องสอบ

                             (๖) นั่งประจำที่นั่งสอบตามที่กำหนด

                             (๗) กรอกข้อมูลประจำตัวผู้สอบ วิชาที่สอบ วันเวลาสอบ ให้ครบถ้วน

                             (๘) ปฏิบัติตามคำชี้แจงในการสอบอย่างเคร่งครัด

                             (๙) ไม่ทุจริต คัดลอก หรือให้ผู้อื่นคัดลอกคำตอบ โดยเด็ดขาด

                             (๑๐) ปฏิบัติตนสุภาพ ไม่พูดคุยกับผู้อื่นในขณะสอบ โดยไม่ได้รับอนุญาต

                             (๑๑) ไม่ออกห้องสอบก่อนเวลาที่กำหนด

                             (๑๒) เมื่อส่งข้อสอบและออกจากห้องสอบแล้วไม่ส่งเสียงหรือทำกริยารบกวนผู้อื่น

                    ข้อ. ๑๓ การร่วมกิจกรรมของทางโรงเรียน

                             ในการจัดการศึกษาของทางโรงเรียนนั้น จำเป็นต้องจัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในและนอกหลักสูตร เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ดังนั้นเมื่อโรงเรียนกำหนดหรือแจ้งให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ ก็ตาม นักเรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างตั้งใจ ตามวัน เวลา และสถานที่ที่จัดเก็บนั้นอย่างเคร่งครัด ยกเว้นมีเหตุจำเป็นให้นำผู้ปกครองมาขออนุญาตก่อนเสมอ

                    ข้อ. ๑๔ การร่วมกิจกรรมนอกโรงเรียน

                             นักเรียนมีความประสงค์จะไปร่วมกิจกรรมอื่น ๆ กับหน่วยงาน องค์กร ชุมชนภายนอก ในเวลาเรียนซึ่งไม่ใช่กิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น หรือเป็นกิจกรรมที่ขัดต่อระเบียบของโรงเรียนนักเรียนต้องแจ้งให้ผู้ที่จะนำนักเรียนไปร่วมกิจกรรมขออนุญาตมายังโรงเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีผู้ปกครองมา ขออนุญาตกับทางโรงเรียน เมื่อได้รับอนุญาตจึงสามารถไปร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้

                    ข้อ. ๑๕ การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน

                             เมื่อนักเรียนมีความจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียนในเวลาเรียน ให้นักเรียนถือปฏิบัติตามระเบียบ และขั้นตอนวิธีการ ที่โรงเรียนกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

                                      (๑) มีผู้ปกครองมาเป็นผู้ขอรับออกจากบริเวณโรงเรียนโดยมีเหตุผลความจำเป็น

                                      (๒) มีครูเป็นผู้รับรองว่ามีเหตุผลความจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียน

                                      (๓) เป็นนักเรียนที่เข้ามาเรียนในวันที่ขออนุญาต

                                      (๔) แต่งกายด้วยชุดนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม

                             การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

                                      (๑) ผู้ปกครองหรือครู นำนักเรียนมาแจ้งเหตุผลความจำเป็นและช่วงเวลาที่ต้องขออนุญาตนำนักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน โดยบันทึกขออนุญาตตามแบบของทางโรงเรียนกำหนด

                                      (๒) นักเรียนนำแบบบันทึกไปแจ้งครูประจำชั้น หรือครูที่ปรึกษา และครูเวรประจำวันที่ขออนุญาตลงนามรับทราบการขออนุญาต

                                      (๓) ให้ครูเวรประจำวัน หรือครูที่ปรึกษา เป็นผู้ลงนามอนุญาตในแบบบันทึกแล้วบันทึกข้อมูลการขออนุญาตของนักเรียนที่ขออนุญาต ลงในสมุดบันทึกของฝ่าย

                                      (๔) นักเรียนรับบัตรอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน แล้วนำบัตรพกติดตัวไปด้วยขณะอยู่นอกบริเวณโรงเรียน

                                      (๕) เมื่อนักเรียนกลับเข้ามาในโรงเรียนตามเวลาที่กำหนด ให้แสดงบัตรต่อครูเวรประจำวันหรือครูประจำชั้น นักเรียนพร้อมคืนบัตรแก่ผู้ให้อนุญาต

                                      (๖) ผู้อนุญาตรับบัตรคืนและบันทึกการกลับมารายงานตัวของนักเรียนที่ขออนุญาตลงในสมุดบันทึกของฝ่าย

 

     ข้อ ๑๖ การใช้พาหนะในโรงเรียน

                             (๑) ห้ามขับขี่จักรยานยนต์ จักรยาน หรือยานพาหนะใดๆ บริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต ในวันและเวลาราชการ

                             (๒) ให้นักเรียนหยุดรถ แล้วจูงจักรยานยนต์ จักรยาน เมื่อมาถึงหน้าประตูโรงเรียนเพื่อทำความเคารพครู ไหว้ศาลพระภูมิ นำรถไปจอดไว้ในที่ที่จัดให้จอดพร้อมล็อคหรือใส่กุญแจเพื่อความปลอดภัยทุกครั้ง

                             (๓) นักเรียนที่โดยสารมากับรถรับส่งนักเรียน ให้ลงที่หน้าโรงเรียนแล้วเดินเป็นแถวเข้าโรงเรียน ทำความเคารพครูอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สำหรับการขึ้นรถกลับบ้านหลังเลิกเรียน ให้นักเรียนขึ้นตามจุดที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น

                     ข้อ ๑๗. การใช้อาคารเรียน สถานที่ และห้องปฏิบัติการ  

                             (๑) ห้ามเข้าห้องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากครูประจำห้องนั้น ๆ

                             (๒) ปฏิบัติตามระเบียบการใช้อาคาร ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ตามระเบียบการใช้ห้อง และควรมีครูเป็นผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด

                             (๓) ไม่เคลื่อนย้าย หรือเปลี่ยนแปลงวัสดุ อุปกรณ์ใดๆ ในห้องโดยเด็ดขาด

                    ข้อ ๑๘. ประกาศนี้ ถือเป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้นักเรียนได้อยู่ร่วมกันในโรงเรียนอย่างเป็นสุข ได้รับความสะดวกและปลอดภัย  หากนักเรียนคนใดฝ่าฝืนหรือจงใจไม่ปฏิบัติตาม ถือว่ากระทำผิดระเบียบ จะถูกลงโทษตามระเบียบโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม ว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ของโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม

หมวดที่ ๓

ว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียน

                    ข้อ ๑๙. เครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียน

๑.        นักเรียนชายระดับก่อนประถมศึกษา

๑.๑ เสื้อ ผ้าสีขาวคอปกกลม  แขนสั้น

๑.๒ เครื่องหมาย  ใช้ชื่ออักษรย่อของโรงเรียนปักที่อกเสื้อเบื้องขวา บนเนื้อผ้าด้วยด้านหรือไหมสีน้ำเงิน 

๑.๓ กางเกงสีกรมท่าขาสั้น

๑.๔ รองเท้า  หนังหรือผ้าใบสีดำ  แบบหุ้มส้นปลายเท้า  ชนิดผูกหรือมีสายรัดหลังเท้า

๑.๕ ถุงเท้าสั้น  สีขาว

๑.๖ ทรงผม ด้านหน้าสั้นยาวไม่เกิน ๒ ซ.ม. ส่วนด้านข้างด้านหลังตัดเกรียนติดหนังศีรษะ ผมห้ามใส่เยล น้ำมันสเปรย์ ครีมแต่งผม ห้ามย้อมหรือกัดสีผมหรืออื่น ๆ ในลักษณะเป็นการเสริมสวย

๒. นักเรียนชายชั้นประถมศึกษา

                                      ๒.๑ เสื้อ เป็นแบบเชิ้ต คอตั้ง ผ้าขาวเกลี้ยง เนื้อหนา ผ่าอกตลอด มีสาบ  ที่อก เสื้อกว้าง ๓.๕ – ๔.๐ ซ.ม. กระดุมสีขาวแบบศูนย์กลาง ๑ ซ.ม. จำนวน ๕ เม็ด แขนยาวเพียงข้อศอก    มีกระเป๋าติดแนวราวนมเบื้องซ้าย ๑ กระเป๋า ขนาดกว้างตั่งแต่ ๘ – ๑๒ ซ.ม. ลึก ๑๐ ซ.ม. พอเหมาะกับขนาดของเสื้อ เมื่อสวมใส่ให้ชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง มองเห็นเข็มขัดชัดโดยรอบ

                                      ๒.๒ กางเกง เป็นกางเกงไทยใช้ผ้าสีกากี ชนิดผ้าโทเลหรือผ้ามัน ห้ามใช้ผ้าฝ้ายหรือเวสปอส์ย มีจีบหน้า ๒ จีบ มีหูเข็มขัด ๖ – ๗ หู ขาส้นเหนือสะบ้าหัวเข้าไม่เกิน ๕ ซ.ม.  ความกว้างของปลายขาพับเข้าในกว้าง ๕ ซ.ม. ผ่ากลางส่วนหน้าติดซิป มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลัง กางเกงต้องสวมทับชายเสื้อไว้ให้เรียบร้อย ห้ามเปลี่ยนแปลงสีของกางเกง

                                      ๒.๓ เข็มขัด อนุญาตให้ใช้เข็มขัดหนังสีน้ำตาลขนาดกว้างตั้งแต่ ๒.๕ - ๔  ซ.ม. ตามลักษณะรูปร่างของนักเรียน หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีทอง รูปสี่เหลียม ชนิดหัวกลัดรูเดียวมีปลอก สีน้ำตาล ๑ ปลอก สำหรับสอดปลายเข็มขัด ห้ามเสริมแต่งเข็มขัดในลักษณะอื่นใด นักเรียนที่เป็นลูกเสือให้ใช้เข้มขัดของลูกเสือแทนได้

                                       ๒.๔ รองเท้า ให้ใช้รองเท้าชนิดหุ้มส้นชนิดผูกเชือก ผ้าใบสีน้ำตาล ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน โดยสอดเชือกผูกรองเท้าทุกรูของรองเท้า

                                       ๒.๕ ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสั้นสีน้ำตาล ยาวเหนือตาตุ่ม ตั้งแต่ ๑๐ ซ.ม. ขึ้นไปแต่ไม่เกินกลางหน้าแข้ง ไม่พับหรือไม่ม้วนถุงเท้า ถุงเท้าไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน

                                       ๒.๖ ทรงผม ด้านหน้าสั้นยาวไม่เกิน ๒ ซ.ม. ส่วนด้านข้างด้านหลังตัดเกรียนติดหนังศีรษะ ผมห้ามใส่เยล น้ำมันสเปรย์ ครีมแต่งผม ห้ามยอมหรือกัดสีผมหรืออื่น ๆ ในลักษณะเป็นการเสริมสวย

๓. นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

                                       ๓.๑ เสื้อ เป็นแบบเชิ้ต คอตั้ง ผ้าขาวเกลี้ยง เนื้อหนา ผ่าอกตลอด มีสาบ  ที่อก เสื้อกว้าง ๓.๕ – ๔.๐ ซ.ม. กระดุมสีขาวแบบศูนย์กลาง ๑ ซ.ม. จำนวน ๕ เม็ด แขนยาวเพียงข้อศอก มีกระเป๋าติดแนวราวนมเบื้องซ้าย ๑ กระเป๋า ขนาดกว้างตั่งแต่ ๘ – ๑๒ ซ.ม. ลึก ๑๐ ซ.ม. พอเหมาะกับขนาดของเสื้อ เมื่อสวมใส่ให้ชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง มองเห็นเข็มขัดชัดโดยรอบ

                                       ๓.๒ กางเกงให้ใช้ผ้าสีดำ ชนิดผ้าโทเลหรือผ้ามัน ห้ามใช้ผ้าฝ้ายหรือ ผ้าเวสปอยส์ รูปแบบกางเกงใช้แบบเดียวกันกับรูปแบบกางเกงนักเรียนชายระดับประถม

                                       ๓.๓ เข็มขัด ให้ใช้เข็มขัดหนังสีดำ ขนาดกว้างตั้งแต่ ๒.๕ - ๔ ซ.ม. ตามลักษณะรูปร่างของนักเรียน หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีเงิน รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชนิดหัวกลัด สายของเข็มขัดต้องไม่มีลวดลายใดๆ

                                       ๓.๔ รองเท้าให้ใช้รองเท้าชนิดหุ้มส้นชนิดผูก เป็นรองเท้าหนังหรือผ้าใบสีดำ ไม่มีลวดสายหรือสีอื่นปน

                                       ๓.๕ ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสั้น สีขาว เนื้อเรียบ ยาวเหนือตาตุ่มตั้งแต่ ๑๐ ซ.ม.ขึ้นไปแต่ไม่เกินครึ่งน่องหรือเสมอหน้าแข้ง ไม่พับถุงเท้า และถุงเท้าต้องไม่มีสวดลายใด ๆ เช่นตัวหนังสือหรือรูปภาพ เป็นต้น

                                       ๓.๖ ทรงผม ให้ตัดผมหรือไว้ผมแบบรองทรงสูงหรือรองทรงสั้นด้านข้างและด้านหลังตัดสั้น ไล่สูงขึ้นไปให้มองเห็นเป็นขอบหรือเป็นชั้น ผมด้านหน้ายาวไม่เกิน ๔ ซ.ม. ห้ามไว้จอน ไว้หนวด ไว้เครา ทรงผมห้ามใส่เยล น้ำมัน สเปรย์หรือโฟมแต่งผม ห้ามย้อมหรือกัดสีผมและอื่น ๆ ในลักษณะการเสริมสวย

 ๔. นักเรียนหญิงระดับก่อนประถมศึกษา

๔.๑ เสื้อ  ผ้าสีขาวแบบคอเชิ้ตหรือคอปกกลม  แขนสั้น

๔.๒ เครื่องหมาย ชื่ออักษรย่อของโรงเรียนปักที่อกเสื้อเบื้องขวา บนเนื้อผ้าด้วยด้ายหรือสีน้ำเงิน  

๔.๓ กระโปรง  ผ้าสีกรมท่า แบบจีบรูดรอบตัว  หรือยาวเพียงใต้เข่า  แบบจีบทบรอบเอว  หรือพับเป็นจีบ     ข้างละสามจีบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  เมื่อสวมแล้วชายกระโปรงคลุมเข่า

๔.๔ รองเท้า  หนังหรือผ้าใบสีดำ  แบบหุ้มส้นหุ้มหลายเท้า  ชนิดผูกหรือมีสายรัดหลังเท้า

๔.๕ ถุงเท้าสั้น  สีขาว

  

 ๕. นักเรียนหญิงประถมศึกษา (ป.๑ - ป.๔)

๑.    เสื้อ  ผ้าสีขาว  แบบคอเชิ้ตหรือคอบัว  แขนสั้น

๒.    เครื่องหมาย  ชื่ออักษรย่อของโรงเรียนปักที่อกเสื้อเบื้องขวา บนเนื้อผ้าด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงิน

๓.    กระโปรง สีกรมท่า แบบจีบรูดรอบตัว หรือยาวเพียงใต้เข่า พับเป็นจีบ  ข้างละสามจีบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  เมื่อสวมแล้วชายกระโปรงคลุมเข่า

๔.    รองเท้า หนังหรือผ้าใบสีดำ แบบหุ้มส้นหุ้มหลายเท้า ชนิดผูกหรือมีสายรัดหลังเท้า

๕.    ถุงเท้าสั้น  สีขาว

๖.    ผม หรือ ทรงผม ให้ไว้ทรงบ๊อบ ซึ่งปลายผมเสมอกันทุกด้านเลยติ่งหูได้ไม่เกิน ๒ ซ.ม. ห้ามดัดผม ซอยผม ย้อมผม กัดสีผม และห้ามตกแต่งผมโดยเยล น้ำมัน สเปรย์หรือเครื่องสำอางอื่นใด ให้ใช้กิ๊บหนีบผมสีดำขนาดพอเหมาะ ไม่ให้ใช้หวีสับ หวีติดหรือเสียบไว้ที่ผม

 

๖. นักเรียนหญิงประถมศึกษา (ป.๕ - ป.๖)

๖.๑ ให้ใช้ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป แขนเสื้อให้ใช้แบบกลาสี แขนสั้น ปลายแขนย่น และต้องสวมเสื้อสับในสีขาวก่อนสวมเครื่องแบบ ห้ามใส่เสื้อยืดคอกลมชนิดติดคอ กระเป๋าเสื้อให้ติดริมขอบเสื้อด้านล่างข้างขวาขนาด ๘ × ๑๐ ซ.ม.ขอบชายเสื้อด้านล่างพับเข้าด้านในเข้า ๑ นิ้ว ความยาวของชายเสื้อติดตรงบริเวณข้อมือเมื่อยืดตรง ให้ใช้ผ้าผูกคอสีกลมท่า ชายสามเหลี่ยมผูกเงื่อนกลาสี แยกชายออกข้างประมาณ ๒.๕ นิ้ว

                                       ๖.๒ กระโปรง ใช้ผ้าสีกลมท่าเนื้อเกลียงไม่มีลวดลายและไม่บาง           เอวกระโปรงมีขอบกว้าง ๓ - ๔ ซ.ม. แบบกระโปรงใช้แบธรรมดา ด้านหน้าและด้านหลังพับเป็นจีบข้างละ ๓ จีบ จีบกระโปรงหันออกด้านนอก เย็บทับจีบกระโปรง จากขอบเอวลงมาไม่เกิน ๑๐ ซ.ม. แต่ไม่เกินครึ่งน่อง ชายกระโปรงหน้าล่างพับเข้าด้านในกว้าง ๒.๕ – ๔ ซ.ม.

                                       ๖.๓ ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย เวลาสวมใส่ให้พับขอบลงมาแล้ว วัดจากกึ่งกลางขึ้นไปสูงไม่น้อยกว่า ๓ นิ้ว แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหน้าแข้งตนเอง ถ้าใช้ถุงเท้าที่ไม่พับขอบบน  ถุงเท้าต้องสูงจากตาตุ่มไม่น้อยกว่า ๓ นิ้ว แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหน้าแข้งตนเอง

                                       ๖.๔ รองเท้า ให้ใช้รองเท้าหนังสีดำ ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน แบบรองเท้าใช้แบบหุ้มส้นสีดำ ส้นสูงไม่เกิน ๓ ซ.ม. หัวมน มีสายรัดหลังเท้า รองเท้าผ้าใบให้ใช้สีขาวล้วน ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน

                                       ๖.๕ ผม หรือ ทรงผม ให้ไว้ทรงบ๊อบ ซึ่งปลายผมเสมอกันทุกด้านเลยติ่งหูได้ไม่เกิน ๒ ซ.ม. ห้ามดัดผม ซอยผม ย้อมผม กัดสีผม และห้ามตกแต่งผมโดยเยล น้ำมัน สเปรย์หรือเครื่องสำอางอื่นใด ให้ใช้กิ๊บหนีบผมสีดำขนาดพอเหมาะ ไม่ให้ใช้หวีสับ หวีติดหรือเสียบไว้ที่ผม

                                       ๖.๖ การตกแต่งใบหน้า ห้ามใช้เครื่องสำอางใด ๆ ตกแต่งบริเวณใบหน้าหรือส่วนอื่นใดของร่างกายที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน ให้ใช้สบู่ แป้งฝุ่นทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ในบางกรณี เช่นหลังจากเรียนพลศึกษาหรือทำกิจกรรมของโรงเรียนและห้ามตกแต่งใบหน้าโดยวิธีการต่าง ๆ ที่ผิดธรรมชาติ

๗. นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

                                       ๗.๑ ให้ใช้ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป แขนเสื้อให้ใช้แบบกลาสี แขนสั้น ปลายแขนย่น และต้องสวมเสื้อสับในสีขาวก่อนสวมเครื่องแบบ ห้ามใส่เสื้อยืดคอกลมชนิดติดคอ กระเป๋าเสื้อให้ติดริมขอบเสื้อด้านล่างข้างขวาขนาด ๘ × ๑๐ ซ.ม.ขอบชายเสื้อด้านล่างพับเข้าด้านในเข้า ๑ นิ้ว ความยาวของชายเสื้อติดตรงบริเวณข้อมือเมื่อยืดตรง ให้ใช้ผ้าผูกคอสีกลมท่า ชายสามเหลี่ยมผูกเงื่อนกลาสี แยกชายออกข้างประมาณ ๒.๕ นิ้ว

                                       ๗.๒ กระโปรง ใช้ผ้าสีกลมท่าเนื้อเกลียงไม่มีลวดลายและไม่บาง           เอวกระโปรงมีขอบกว้าง ๓ - ๔ ซ.ม. แบบกระโปรงใช้แบธรรมดา ด้านหน้าและด้านหลังพับเป็นจีบข้างละ ๓ จีบ จีบกระโปรงหันออกด้านนอก เย็บทับจีบกระโปรง จากขอบเอวลงมาไม่เกิน ๑๐ ซ.ม. แต่ไม่เกินครึ่งน่อง ชายกระโปรงหน้าล่างพับเข้าด้านในกว้าง ๒.๕ – ๔ ซ.ม.

                                       ๗.๓ ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย เวลาสวมใส่ให้พับขอบลงมาแล้ว วัดจากกึ่งกลางขึ้นไปสูงไม่น้อยกว่า ๓ นิ้ว แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหน้าแข้งตนเอง ถ้าใช้ถุงเท้าที่ไม่พับขอบบน       ถุงเท้าต้องสูงจากตาตุ่มไม่น้อยกว่า ๓ นิ้ว แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหน้าแข้งตนเอง

                                       ๗.๔ รองเท้า ให้ใช้รองเท้าหนังสีดำ ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน แบบรองเท้าใช้แบบหุ้มส้นสีดำ ส้นสูงไม่เกิน ๓ ซ.ม. หัวมน มีสายรัดหลังเท้า รองเท้าผ้าใบให้ใช้สีขาวล้วน ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน

                                       ๗.๕ ผม หรือ ทรงผม ให้ไว้ทรงบ๊อบ ซึ่งปลายผมเสมอกันทุกด้านเลยติ่งหูได้ไม่เกิน ๒ ซ.ม. ห้ามดัดผม ซอยผม ย้อมผม กัดสีผม และห้ามตกแต่งผมโดยเยล น้ำมัน สเปรย์หรือเครื่องสำอางอื่นใด ให้ใช้กิ๊บหนีบผมสีดำขนาดพอเหมาะ ไม่ให้ใช้หวีสับ หวีติดหรือเสียบไว้ที่ผม

                                       ๗.๖ การตกแต่งใบหน้า ห้ามใช้เครื่องสำอางใด ๆ ตกแต่งบริเวณใบหน้าหรือส่วนอื่นใดของร่างกายที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน  ให้ใช้สบู่ แป้งฝุ่นทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ในบางกรณี เช่นหลังจากเรียนพลศึกษาหรือทำกิจกรรมของโรงเรียนและห้ามตกแต่งใบหน้าโดยวิธีการต่าง ๆ ที่ผิดธรรมชาติ

                             ๘. เครื่องหมายของโรงเรียนและการแต่งกาย

                                       ๘.๑. ให้ปักอักษรย่อ ห.ข. ที่อกเสื้อเบื้องขวา ด้วยด้ายสีน้ำเงิน ปักทึบกว้าง ๑ ซ.ม. สูง ๑.๕ ซ.ม.

                                       ๕.๒ การปักชื่อและชื่อสกุลของนักเรียนให้ปักทึบหรือเดินตัวเส้นพิมพ์ธรรม สูง ๑ซ.ม. ที่อกเบื้องซ้ายในระดับเดียวกับการปักอักษรย่อ ห.ข.

                             ๙. เครื่องแบบพลศึกษา

                                      ๙.๑. ให้ใช้เสื้อและกางเกงที่โรงเรียนกำหนด  

                                      ๙.๒ นักเรียนหญิงใช้รองเท้าผ้าใบสีขาว นักเรียนชายระดับชั้นประถม      ใช้รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลและนักเรียนนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นใช้รองเท้าผ้าใบสีดำ

                             ๑๐. เครื่องแบบลูกเสือ ให้ใช้ระเบียบการเครื่องแบบลูกเสือแห่งชาติ  กระทรวงศึกษาธิการ

                              

                             ๑๑. เครื่องประดับ ห้ามใช้เครื่องประดับต่าง ๆ เช่น สร้อยคอ สร้อยทองคำ แหวน  ต่างหู หวีสับ โบว์ผูกผมสีต่างๆ ซึ่งถ้าครู-อาจารย์พบเห็นสามารถยึดของดังกล่าว และจะให้ผู้ปกครองมารับคืน (จะคืนเฉพาะทองคำแท้เท่านั้น)

                               ไม่อนุญาตให้นักเรียนทุกคนไว้เล็บยาว แต่งเล็บ ทาเล็บหรือตกแต่งส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ห้ามกันคิ้ว ห้ามดัดขนตา ห้ามสักรูปต่าง ๆ บนร่างกายและไม่อนุญาตคอนแท็คเลนส์แฟชั่น ดัดฟันแฟชั่น

                             ๑๒. การใช้โทรศัพท์ ให้ปฏิบัติตามหมวดว่าด้วยการใช้โทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือ

 

หมวดที่ ๔

ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนของโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม

 

                   นักเรียนที่กระทำความผิด ทางโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม จะพิจารณาลงโทษตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั่งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นไป ดังมีรายละเอียดดังนี้

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๖๕ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก     พ.ศ. ๒๕๔๖

                   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงวางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาไว้ดังต่อไปนี้

                             (๑) ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘”

                             (๒) ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั่งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                             (๓) ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๓”

                             (๔) ในระเบียบนี้

                                      “ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา” หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ อธิการบดี หรือหัวหน้าของโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นของโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้น

                                      “กระทำความผิด” หมายความว่า การที่นักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติ  ฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา

                                      “การลงโทษ” หมายความว่าการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน

                             (๕) โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี ๔ สถาน ดังนี้

                                      (๑) ว่ากล่าวตักเตือน

                                      (๒) ทำทัณฑ์บน

                   () ตัดคะแนนความประพฤติ
                   () ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

                   (๖) ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษ ด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยคำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรง ของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย

                   การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับพฤติกรรมตนในทางที่ดีต่อไป

                   ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผู้ที่บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษามอบหมายเป็นผู้มีอำนาจการลงโทษนักเรียน นักศึกษา

                   (๗) การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

                   (๘) การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม สภาพนักเรียนหรือนักศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

                   การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บนไว้ด้วย

                   (๙) การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน

                   (๑๐) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

 

หมวดที่๕
ประเภทของการกระทำความผิด การตัดคะแนนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และการลงโทษ หรือปรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

 

          ข้อ ๒๐ นักเรียนทุกคนมีคะแนนพฤติกรรม ๑๐๐ คะแนน เมื่อเริ่มเข้าศึกษาในโรงเรียนหรือเมื่อเปิดภาคการศึกษาใหม่ ยกเว้นนักเรียนที่ถูกทำทัณฑ์บนในปีการศึกษาที่ผ่านมาให้มีคะแนนสะสมเท่าที่กำหนดไว้ในข้อที่ ๑๔ ของระเบียบนี้

 

          ข้อ ๒๑ นักเรียนจะถูกตัดคะแนนเมื่อมีความประพฤติที่ไม่พึงประสงค์ โดยให้แบ่งระดับความผิด ลักษณะการกระทำผิดและเกณฑ์การตัดคะแนนพฤติกรรม ดังนี้

 

ระดับความผิด

ลักษณะการกระทำผิด

ตัดคะแนนพฤติกรรม

สถานเบา

- ทิ้งขยะไม่ถูกที่หรือก่อความสกปรกในโรงเรียน

- เข้าห้องเรียนช้า

- ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น

- มาโรงเรียนสาย

- รับประทานอาหารในเวลาเรียน

- ไม่ทำเวรหรือทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

- ขับขี่ยานพาหนะในโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต

- แต่งกายหรือไว้ทรงผมผิดระเบียบ

- ไม่นำข่าวสารหรือจดหมายไปแจ้งผู้ปกครอง

- ๓

-

- ๓

- ๔

- ๔

- ๕

- ๕

- ๕

- ๕

สถานกลาง

- ขาดเรียนโดยไม่มีเหตุผลจำเป็น

- หนีการเรียน

- ไม่ร่วมกิจกรรมของทางโรงเรียน

- กริยา วาจาไม่สุภาพ พูดเท็จ ให้การเท็จ

- กลั่นแกล้ง รังแกผู้อื่น

- นำสิ่งของต้องห้าม ไม่เหมาะสมไม่ได้รับอนุญาต

- ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิด

- ๑๐

- ๑๐

- ๑๐

- ๑๐

- ๑๐

- ๑๐

- ๑๐

สถานหนัก

- ฝ่าฝืน/ขัดขืนคำสั่งครู ผู้บริหาร ที่สั่งโดยชอบธรรม

- หนีออกนอกบริเวณโรงเรียน

- ขาดเรียนไม่แจ้งเหตุต่อเนื่องนาน ๓ วันขึ้นไป

- แสดงกริยาก้าวร้าว ขาดสัมมาคารวะต่อผู้อาวุโส

- ก่อความไม่สงบขึ้นในโรงเรียน

- ทำลายทรัพย์สินของส่วนรวมหรือของผู้อื่น

- มั่วสุม รวมกลุ่มก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

- ทุจริตในการเรียนและการสอบ

- แอบอ้างบุคคลอื่นมาเป็นผู้ปกครองของตน

- ปลอมแปลงเอกสาร ลายมือชื่อ

- ๒๐

- ๒๐

- ๒๐

- ๒๐

- ๒๐

- ๒๐

- ๒๐

- ๒๐

- ๒๐

- ๒๐

สถานหนัก

- จัดให้มีหรือเล่นการพนันทุกชนิดในโรงเรียน

- ประพฤติตนไม่เหมาะสมในเชิงชู้สาว

- พกพาบุหรี่ สุรา สารระเหย ในโรงเรียน

- มีหรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารในโรงเรียน

- ขาดเรียนหรือไม่แจ้งเหตุผลนานเกิน ๕ วันขึ้นไป

- สูบบุหรี่ เสพสารระเหย

- ดื่มสุรา หรือของมึนเมา

- ชักนำบุคคลภายนอกเข้ามาก่อกวนในโรงเรียน

- ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในโรงเรียน

- เข้าประกวดนางงาม นางแบบ นายแบบ หรือ ถ่ายภาพเพื่อเผยแพร่ โฆษณาต่อสาธารณะชนไม่ได้รับอนุญาตจากทางโรงเรียน

- ลักขโมยสิ่งของ ทรัพย์สินของผู้อื่น

- ๒๕

- ๒๕

- ๒๕

- ๒๕

- ๒๕

- ๓๐

- ๓๐

- ๔๐

- ๔๐

- ๔๐

 

- ๔๐

สถานร้ายแรง

- ขมขู่ กรรโชก ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน

- ซื้อ จำหน่าย จ่ายแจก ยาเสพติดหรือสิ่งมึนเมา

- ล่วงละเมิดทางเพศทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย

- กระทำตนเสื่อมเสียด้านชู้สาวหรือทางเพศชัดแจ้ง

- ขาดเรียนไม่แจ้งเหตุผลต่อเนื่องนาน ๑๐ วันขึ้นไป

- กระทำความผิดคดีอาญา

- กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการบริหารโรงเรียน

- เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี

- กระทำการอันเป็นบ่อนทำลายความมั่นคงของ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

- กระทำการให้เป็นการสร้างความเสื่อมเสียต่อเกียรติยศ ชื่อเสียง ของโรงเรียนอย่างร้ายแรง

- ๕๐

- ๕๐

- ๕๐

- ๕๐

- ๕๐

- ๕๐

- ๕๐

- ๕๐

- ๕๐

- ๕๐

 

          ข้อ ๒๒. นักเรียนที่กระทำผิดระเบียบของโรงเรียน หรือการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงของโรงเรียน สังคม หมู่คณะ หรือประพฤติฝ่าฝืนตามกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ของกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียมจะพิจารณาลงโทษตามระเบียบศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ และระเบียบนี้ ซึ่งโทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนที่กระทำผิดมี ๔ สถาน ดังนี้

                             (๑) ว่ากล่าวตักเตือน

                             (๒) ตัดคะแนนพฤติกรรม

                             (๓) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

                             (๔) ทำทัณฑ์บน

          การลงโทษนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม ให้เป็นไปเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน โดยเจตนาที่จะแก้ไขความประพฤติที่ไม่ดีของนักเรียนให้รู้สำนักในความผิดที่กระทำ ละเว้นการประพฤติชั่ว และปรับปรุงพฤติกรรมของตนในทางที่ดีต่อไป โดยผู้ที่จะลงโทษจะต้องทำการสอบสวนให้ปรากฏซึ่งข้อเท็จจริงให้ชัดแจ้งว่านักเรียนผู้นั้นได้กระทำผิดและสมควรถูกลงโทษ

          การลงโทษตาม (๓)(๔) ก่อนลงโทษให้ผู้เกี่ยวข้องเสนอความเห็นพร้อมเหตุผลประกอบต่อผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงให้ลงโทษได้ ในการลงโทษนักเรียนทุกครั้งให้โรงเรียนบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐาน โดยจัดทำแบบบันทึกให้เหมาะสม มีการจัดเก็บและแจ้งให้ผู้ปกครองของนักเรียนรับทราบด้วยทุกครั้ง

 

          ข้อ ๒๓. การว่ากล่าวตักเตือน ใช้สำหรับนักเรียนที่กระทำผิดทุกสถาน และในเมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนหรือครูและบุคคลกรทางการศึกษาที่ผู้อำนวยการโรงเรียนมอบหมายเห็นว่าเหมาะสมและจะได้ผลดี ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนได้ออกคำสั่งของโรงเรียนมอบหมายให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนสามารถว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนได้

 

          ข้อ ๒๔. การตัดคะแนนพฤติกรรม การตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียน เป็นการลงโทษเพื่อให้นักเรียนได้ระมัดระวังตัวในการประพฤติผิดระเบียบและส่งเสริมให้นักเรียนปฏิบัติตนเป็นคนดี ถูกต้องตามระเบียบโรงเรียน เพื่อให้เป็นการร่วมกันอบรม ตักเตือน ป้องปราม มิให้นักเรียนประพฤติตนผิดระเบียบของโรงเรียน ดังนั้นจึงให้ครูและบุคลากรมีอำนาจในตัดคะแนนพฤติกรรมนักเรียน ดังนี้

                    (๑) ครูที่ปรึกษา และครูเวรประจำวัน มีอำนาจตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียนคนใด ๆ ในหนึ่งปีการศึกษา รวมแล้วไม่เกิน ๕๐ คะแนน

                    (๒) ครูฝ่ายปกครองมีอำนาจตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียนคนใด ๆ ในหนึ่งปีการศึกษา เมื่อรวมกับคะแนนครูที่ปรึกษาหรือครูเวร ตัดแล้ว ไม่เกิน ๘๐ คะแนน

                    (๓) ผู้อำนวยการโรงเรียนมีอำนาจตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียนคนใด ๆ เมื่อรวมกับคะแนนที่ครูที่ปรึกษาหรือครูเวร หัวหน้าระดับ ตัดแล้ว ไม่เกิน ๑๐๐ คะแนน

 

          ข้อ ๒๕. การแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ ให้ครูประจำชั้น ทำหนังสือถึงผู้ปกครองนักเรียนให้รับทราบพฤติกรรมของนักเรียน

 

          ข้อ ๒๖. การเชิญผู้ปกครองมาพบทางโรงเรียนให้ครูที่ปรึกษา ประสานงานกับครูฝ่ายปกครอง เพื่อทำหนังสือถึงผู้ปกครองนักเรียน เพื่อปรึกษาหารือกับทางโรงเรียนในการร่วมมือแก้ไขปัญหานักเรียน

 

          ข้อ ๒๗. การทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียน มีดังนี้

                             (๑) ส่งตัวให้รับการอบรมตักเตือน จากครูหรือบุคคลอื่น ตามที่กำหนด

                             (๒) ให้บันทึกการทำความดีซึ่งมีครูลงชื่อรับรองเป็นพยาน ตามที่กำหนด

                             (๓) ให้รายงานตัวเป็นประจำตามวันและเวลาที่กำหนด

                             (๔) ให้ทำบันทึกสัญญาปรับปรุงพฤติกรรมเป็นลายลักษณ์อักษร

                             (๕) ให้เข้ารับการอบรมเพื่อปรับปรุงพฤติกรรมตามที่กำหนด

                             (๖) ให้บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม ชุมชน ท้องถิ่น ตามที่กำหนด

                             (๗ )ให้ซ่อมแซม ชดใช้ ประดิษฐ์ชิ้นงานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ให้ทำกิจกรรมหรือวิธีอื่น ๆ ที่เห็นว่าเหมาะสม

 

                   ข้อ ๒๘. การทำทัณฑ์บน ให้พิจารณาทำทัณฑ์บนแก่นักเรียนที่ทำผิดและถูก ตัดคะแนนพฤติกรรมตั้งแต่ ๕๐ คะแนนขึ้นไป หรือนักเรียนที่ประพฤติตนที่ไม่สมควรแก่สภาพนักเรียน ตามกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ของกระทรวงศึกษาธิการ ในกรณีที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติยศของโรงเรียน หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของโรงเรียนอย่างร้ายแรงหรือได้รับโทษอย่างอื่นแล้วไม่เข็ดหลาบ ให้ทำทัณฑ์บนไว้เป็นหลักฐานและเชิญผู้ปกครอง หรือ ผู้รับประกันพฤติกรรมนักเรียนมาบันทึกรับทราบความละรับรองการทำทัณฑ์บนไว้ด้วย โดยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้พิจารณาอนุมัติการทำทัณฑ์บน

                การทำทัณฑ์บนครั้งที่ ๑ ให้เชิญผู้ปกครองของนักเรียนมารับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

                          การทำทัณฑ์บนครั้งที่ ๒ ให้ผู้ปกครองนักเรียนนำผู้รับประกันพฤติกรรมของนักเรียน ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ หรือผู้นำชุมชน มาเป็นผู้ร่วมรับทราบและรับประกันทำทัณฑ์บนนักเรียนด้วย

                         นักเรียนที่ได้รับโทษทัณฑ์บนแล้ว จะมีคะแนนพฤติกรรมการศึกษาต่อไปเท่ากับคะแนนที่มีอยู่เมื่อถูกทำทัณฑ์บนครั้งแรก และโทษทัณฑ์บนจะมีผลต่อเนื่องในปีการศึกษาต่อไปจนกว่าจะจบการศึกษาในช่วงชั้นที่ศึกษาอยู่ขณะนั้น

 

                   ข้อ ๒๙ นักเรียนที่ถูกลงโทษทำทัณฑ์บน ครั้งที่ ๑ หรือครั้งที่ ๒ แล้ว ปรากฏว่าไม่ปรับปรุงพัฒนาตนเอง หรือมีพฤติกรรมผิดระเบียบ หรือสร้างความเดือดร้อน เสื่อมเสียต่อตนเอง ผู้อื่น และส่วนร่วมอย่างร้ายแรง ให้ครูฝ่ายปกครองเสนอปัญหารายกรณีเพื่อให้ผู้อำนวยการวินิจฉัย แนวทางแก้ไขปัญหา เช่น การส่งต่อ การแยกกลุ่มปัญหา การให้มีการเปลี่ยนสถานที่เรียนเพื่อให้สามารถปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่ เป็นต้น

 

                   ข้อ.๓๐ เกณฑ์การลงโทษการตัดคะแนนความประพฤติ

                             (๑) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวม ๕๐ คะแนน ให้ทำทัณฑ์บนครั้ง ๑ และเชิญผู้ปกครองมารับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

                             (๒) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวม ๖๐ คะแนน ให้ทำทัณฑ์บนครั้งที่ ๑ และให้เชิญครูประจำชั้น ผู้ปกครองหรือบิดามารดา มารับรองเป็นลายลักษณ์อักษร

                             (๓) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวม ๘๐ คะแนน ทางโรงเรียนแจ้งให้ผู้ปกครองทราบโดยทำหนังสือพักการเรียน

                             (๔) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวม ๑๐๐ คะแนน ให้ย้ายสถานศึกษาหรือให้ผู้ปกครองมาลาออก

                             (๕)นักเรียนที่ถูกลงโทษในข้อ ๓, ๔ จะนำคะแนนความประพฤติไปสะสมในปีการศึกษาต่อไป

 

                    ข้อ ๓๑ ผู้มีอำนาจลงโทษนักเรียน

                             ครูทุกคนมีอำนาจในการลงโทษนักเรียน ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม เรื่อง มอบหมายอำนาจการลงโทษนักเรียน ซึ่งมีแนวปฏิบัติดังนี้

                                       (๑) ลงโทษนักเรียน โดยการว่ากล่าว ตักเตือน

                                       (๒) ลงโทษนักเรียนโดยการให้นักเรียนทำกิจกรรม

                                       (๓) ลงโทษนักเรียนโดยการให้ย้ายสถานศึกษาหรือให้ผู้ปกครองมาลาออก เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

                                       (๔) ครูทุกท่าน มีอำนาจลงโทษนักเรียนตามกฎข้อ ๑,

                                       (๕) ครูปกครองมีอำนาจลงโทษนักเรียนตามกฎข้อ ๑,,

                                       (๖) ผู้อำนวยการ และคณะกรรมการฝ่ายปกครองมีอำนาจลงโทษนักเรียนตามกฎข้อ ๑, ,

 

หมวดที่๖

การเพิ่มคะแนนพฤติกรรม และ การส่งเสริมพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์

 

                   ข้อ ๓๒. นักเรียนทุกคนมีคะแนนพฤติกรรม ๑๐๐ คะแนน เมื่อเริ่มเข้าศึกษาในโรงเรียน

หรือเมื่อเปิดภาคการศึกษาใหม่ ยกเว้นนักเรียนที่ถูกทำทัณฑ์บนในปีการศึกษาที่ผ่านมาให้มีคะแนนสะสมเท่าที่กำหนดไว้

            

                   ข้อ ๓๓. พฤติกรรมที่พึงประสงค์ และการเพิ่มคะแนนพฤติกรรม มีดังนี้

 

พฤติกรรมที่พึงประสงค์

คะแนนพฤติกรรมที่เพิ่ม

- เก็บสิ่งของคืนหรือประกาศหาเจ้าของโดยไม่หวังผลตอบแทน

           (๑) มูลค่าไม่เกิน ๑๐๐ บาท

           (๒) มูลค่าเกิน ๑๐๐ บาท

- เต็มใจช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียน ครู หรือ ส่วนรวม

- ให้ข่าวสาร ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

- ช่วยเหลือเพื่อนหรือผู้อื่นที่ประสบปัญหา หรือเดือนร้อน

- เป็นตัวแทนของโรงเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ

- สร้างชื่อเสียงที่ดีให้แก่โรงเรียน

           (๑) ในระดับโรงเรียน

           (๒) ในระดับกลุ่มคุณภาพการศึกษา

           (๓) ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา/จังหวัด

           (๔) สูงกว่าระดับจังหวัดขึ้นไป

 

 

+ ๕

+ ๑๐

+ ๑๐

+ ๑๐

+ ๑๐

+ ๑๕

 

+ ๑๐ - ๒๐

+ ๑๕ - ๒๕

+ ๓๐ - ๔๕

+ ๕๐ - ๑๐๐

 

 

                   ข้อ ๓๔. แนวทางการพัฒนาพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของนักเรียน

                                       (๑) นักเรียนที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ จะได้รับคะแนนพฤติกรรมเพิ่มขึ้นตามลักษณะของพฤติกรรมที่พึงประสงค์

                                       (๒) ครูและบุคลากรทุกคนสามารถเสนอข้อเพิ่มพฤติกรรมคะแนนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของนักเรียนได้ โดยเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมแนบเอกสารหลักฐาน ถ้ามี

 

                   ข้อ ๓๕. นักเรียนที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของนักเรียนและส่วนรวมจึงควรแก่การยกย่อง เชิดชู หรือประกาศเกียรติคุณ ดังต่อไปนี้

 

ระดับคะแนนพฤติกรรมที่เพิ่มขึ้น

การประกาศเกียรติคุณ

- คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น ไม่เกิน ๒๙ คะแนน

- คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น ๓๐ คะแนนขึ้นไป

- คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น ๕๐ คะแนนขึ้นไป

- คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น ๙๐ คะแนนขึ้นไป

ย่องชมเชย

ประกาศเกียรติคุณ

มอบเกียรติบัตรการทำความดี

ประกาศให้เป็นนักเรียนดีเด่นในวันสำคัญต่างๆ

 

หมวดที่ ๗

การใช้เครื่องมือติดต่อสื่อสาร


                   ข้อที่ ๓๖ โทรศัพท์มือถือ โรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม ไม่สนับสนุนให้นักเรียนนำโทรศัพท์มือถือมาใช้ในโรงเรียน

                             (๑) นักเรียนสามารถใช้โทรศัพท์มือถือก่อนเวลา ๐๗.๓๐ และหลัง ๑๖.๓๐ เท่านั้น

                             (๒) หากนักเรียนนำโทรศัพท์มือถือมาโรงเรียนและเกิดสูญหาย ทางโรงเรียนไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

                             (๓) หากนักเรียนนำโทรศัพท์ออกมาใช้ในเวลาราชการ ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามทางโรงเรียนจะทำการยึดโทรศัพท์ แล้วให้ผู้ปกครองมารับคืน โดยหากละเมิดครั้งที่ ๑ จะยึดไว้ ๑ สัปดาห์แล้วให้ผู้ปกครองมารับ หากละเมิดครั้งที่ ๒ จะยึดโทรศัพท์ไว้ ๓ สัปดาห์แล้วให้ผู้ปกครองมารับ หากทำละเมิดครั้งที่ ๓ จะยึดโทรศัพท์ไว้แล้วไม่คืน ไม่ว่ากรณีใด ๆ นักเรียนที่ได้รับโทษทัณฑ์บนในขณะที่ศึกษาอยู่ในช่วงชั้นใด จะถูกตัดสิทธิ์การได้รับใบรับรองความประพฤติจากทางโรงเรียน

                             (๔) หากนักเรียนมีความจำเป็นที่จะติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครอง ทางโรงเรียนมีโทรศัพท์โรงเรียนไว้บริการ และถ้าผู้ปกครองจะมาติดต่อกับนักเรียน สามารถติดต่อได้ทางครูที่ปรึกษา

 

หมวดที่ ๘

แนวทางปฏิบัติการพัฒนาพฤติกรรมของนักเรียน

 

                   ข้อที่ ๓๗. แนวทางปฏิบัติในกรณีเมื่อมีนักเรียนกระทำผิด

                             (๑) ครูทุกคนมีสิทธิและหน้าที่ในการว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนที่กระทำผิดได้ในทันทีที่พบว่านักเรียนกระทำผิด ตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

                             (๒) กรณีที่ครูหรือบุคลากรพบนักเรียนกระทำผิดให้แจ้งต่อครูที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการต่อไป

                             (๓) ให้ครูที่ปรึกษา และครูปกครองเป็นผู้ดำเนินการเบื้องต้นในการร่วมสอบสวนความผิด อบรมดูแลนักเรียน โดยบันทึกพฤติกรรมของนักเรียนตามที่กำหนดไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งผู้ปกครองนักเรียนทราบทุกครั้ง

                             (๔) การให้นักเรียนทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ครูที่ปรึกษา เป็นผู้มอบหมายให้ทำกิจกรรม

                             (๕) ในกรณีที่การกระทำความผิดของนักเรียนเป็นความผิดอันจะนำมาซึ่งความเสียหายหรืออาจเกิดอันตรายต่อตัวนักเรียนเอง ผู้อื่นและส่วนร่วมอย่างร้ายแรง หรือเกินกว่าอำนาจหน้าที่ของโรงเรียน เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกโรงเรียน หรือเป็นการกระทำความผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงให้ครูปกครองเสนอต่อผู้อำนวยการ เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ชำนาญการเฉพาะ ในการดำเนินการตามสมควร ต่อไป

 

                   ข้อ ๓๘. ให้โรงเรียนแต่งตั้งครูฝ่ายปกครอง เพื่อทำหน้าที่ในกลุ่มงานปกครอง พัฒนาพฤติกรรมของนักเรียนให้เป็นไปตามระเบียบนี้  โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนที่กำกับดูแลกลุ่มงาน เป็นประธาน หัวหน้างานหรือผู้ที่เหมาะสมเป็นกรรมการ และให้ครูประจำชั้นทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ

 

                   ข้อ ๓๙. การแก้ไข ปรับปรุง ผ่อนผัน หรือยกเลิกระเบียบนี้  ให้คณะกรรมการส่งเสริมกิจการนักเรียนเสนอขอความคิดเห็นชอบต่อผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงดำเนินการได้

 

 

 

                ประกาศ ณ  วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙

 

                         ลงชื่อ       นายอุทัย  บัวแสงเจริญ     

                                     (นายอุทัย   บัวแสงเจริญ)

                              ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยขอบห้วยเหียม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comments